เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์แมลง กรมวิชาการเกษตร นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดและมีจำนวนแมลงมากที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ ตึกจักรทอง กลุ่มกีฏและสัตววิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ประวัติของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดนัก ในด้านการเริ่มต้นรวบรวมตัวอย่าง แต่พบว่าเมื่อ พ.ศ.2313 Fabricius ชาวเดนมาร์ก ได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ Clerome arcesilaus ให้กับผีเสื้อของประเทศไทย และในปี พ.ศ.2469 Mr.W.R.S. Ladell ชาวอังกฤษเข้ามารับราชการในกระทรวงเกษตราธิการ ได้เก็บรวบรวมตัวอย่างทั้งแมลงทั่วไป และแมลงที่เป็นศัตรูพืช ตัวอย่างแมลงทั้งหมดที่ได้รวบรวมไว้ในครั้งนั้นถือว่า เป็นพื้นฐานในการเริ่มต้น การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์แมลงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย การเก็บตัวอย่างแมลงในสมัย Mr.W.R.S. Ladell ยังไม่จัดเป็นระบบเช่นในปัจจุบัน โดยจัดเก็บไว้ในหีบไม้วางเรียงซ้อนกันบนโต๊ะหรือใช้ไม้คอร์กปูเต็มลิ้นชัก และขีดเส้นแบ่งช่องๆ ปักแมลงเป็นแถวและมีป้ายชื่อกำกับ ต่อมาเมื่อ ม.ร.ว.จักรทอง ทองใหญ่ ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าแผนกในปี พ.ศ.2478 ได้ปรับปรุงวิธีการจัดเก็บมาเป็นแบบ “Tray System” โดยแยกแมลงแต่ละชนิดใส่กล่อง จัดเก็บเรียงเข้าลิ้นชัก ลิ้นชักละ 4 แถว มีชื่อวิทยาศาสตร์(scienctific name) ติดไว้ข้างกล่อง และมีชื่อสกุล (generic name) ติดบนแผ่นไม้ ซึ่งใช้คั่นหมู่กล่องในแต่ละแถว อีกทั้งได้เปลี่ยนเข็มที่ใช้ปักแมลงเป็นแบบไม่เป็นสนิม (stainless steel) พร้อมทั้งได้มีการบันทึกข้อมูลด้านชีววิทยาและวิธีการเลี้ยงลงในสมุด “Breeding Lot” (BL) นอกจากนี้ ม.ร.ว.จักรทอง ทองใหญ่ ยังเป็นผู้เริ่มต้นศึกษาอนุกรมวิธานของแมลงทับวงศ์ Buprestidae และแมลงชนิดอื่นๆ หากไม่สามารถจำแนกชื่อได้จะส่งไปที่ Imperial Institute of Entomology, British Museum (Natural History) ประเทศอังกฤษ ส่วนแมลงที่มีชื่อวิทยาศาสตร์จะจัดเก็บเข้าตู้เรียงตามอักษรของชื่ออันดับ(order) วงศ์(family) สกุล(genus) และชนิด(species) ปัจจุบันตัวอย่างแมลงเหล่านั้นยังคงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แมลงบางชนิดเป็นแมลงที่มีค่าและหายากยิ่ง และบางชนิดไม่สามารถจับเพิ่มเติมได้อีก พิพิธภัณฑ์แมลง เป็นหัวใจของงานวิจัยด้านกีฏวิทยาของประเทศ เพราะข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เช่น ชื่อวิทยาศาสตร์ พืชอาหาร เขตการแพร่กระจาย ฯลฯ ของแมลงแต่ละชนิด มีความจำเป็นอย่