Accessibility Options

Adjust display font scaling and visual preferences.

Member System
เกมจิ๊กซอว์ — ชวนเล่นเกมจิ๊กซอว์ต่อภาพสถาปัตยกรรม 100 ปี
ART เพชรบุรี

ชื่อ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง

ที่อยู่
เลขที่ 97 ถนนคีรีรัฐยา
กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง
28,105 Views
681 Likes
Website

About the Museum

เนื้อหาหลัก

พระนครคีรีหรือเขาวัง เดิมเป็นพระราชวังในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ตั้งอยู่บนยอดเขา 3 ยอดติดต่อกัน  ยอดสูงที่สุดสูง  95  เมตร  ภูเขานี้เดิมนั้นเรียกว่า เขาสมน(สะ-หมน) บริเวณไหล่เขาทางด้านทิศตะวันออก มีวัดแห่งหนึ่งชื่อ วัดสมณ(สะ-มะ-นะ) ในหมายรับสั่งรัชกาลที่ 4 ปรากฏชื่อว่า เขามหาสมณ  ในปี พ.ศ.2404 พระองค์ได้พระราชทานนามว่า "เขามหาสวรรค์" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "เขามไหสวรรย์"

 

รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างพระราชวังบนเขามไหสวรรย์ ในปี พ.ศ.2402 โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์(ช่วง  บุนนาค) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง และพระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (ท้วมบุนนาค) เป็นนายงานก่อสร้าง เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "พระนครคีรี"

 

จากโคลงลิลิต “มหามงกุฎราชคุณานุสรณ์” พระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กล่าวถึงการก่อสร้างพระนครคีรีไว้ว่า

 

นิมิตรมณเฑียรบนยอด              สิงขร

เมืองเพชรบุรีนาม                     ก่อนอ้าง

เขามหาสมณะนคร                    คิรีราชะ   ทานแฮ

สามยอดยามเยื้องสร้าง             ต่างกัน ฯ

 

และกล่าวถึงการก่อสร้างไว้คือ

 

บรมกษัตริย์ตรัสสั่งเจ้า              พระยาทหารเอกเอย

ศรีสุริยวงศ์แม่กอง                    โก่นสร้าง

เพชรพิสัยอนุชานายงาน           นวะกิจ    เกรียงแฮ

พระปลัดเคยเมื้อด้าว                 บริเตียน ฯ

 

การก่อสร้างพระราชวังสร้างบนยอดเขาทั้งสามยอด คือ ยอดเขาทางทิศตะวันตกทรงสร้างพระที่นั่งที่ประทับ,  ยอดเขาตะวันออกทรงสร้างวัดพระแก้วน้อย  และยอดกลางทรงสร้างพระธาตุจอมเพชร พระราชทานนามว่า “พระนครคีรี ”

 

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ทรงบันทึกถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้ในหนังสือความทรงจำ ว่า “...พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระดำริเห็นว่า ถึงคราวโลกยวิสัยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยฝรั่งมามีอำนาจขึ้นทางตะวันออกนี้  และประเทศไทยอาจจะมีการเกี่ยวข้องกับฝรั่งขึ้นในวันข้างหน้า  จึงทรงเริ่มศึกษาภาษาอังกฤษ...วิชาความรู้ต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาจากตำราภาษาอังกฤษจะมีอย่างไรบ้าง ข้อนี้มีหลักฐานปรากฏแต่ว่าได้ทรงศึกษาวิชาคณนาวิธีอย่างหนึ่ง....ถึงตอนพระชันษาระหว่าง 40 กับ 47 ทรงเริ่มศึกษาภาษาอังกฤษ กับทั้งวิชาความรู้ต่างๆของฝรั่ง...”

 

จากการที่ รัชกาลที่ 4 ทรงศึกษาวิชาความรู้ของฝรั่งนี้ จึงทรงนำแบบอย่างของสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมาก่อสร้างพระราชวัง และพระที่นั่งต่างๆ ในรัชสมัยของพระองค์ เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม  หมู่พระอภิเนาว์นิเวศ  ในพระบรมมหาราชวัง และพระนครคีรี เป็นต้น

 

การก่อสร้างพระนครคีรีนี้ ได้นำสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคมาเป็นแบบ แต่ฝีมือช่างนั้นมีอิทธิพลของงานสถาปัตยกรรมจีน เช่น การปั้นสันหลังคา และการใช้กระเบื้องกาบกล้วย เป็นต้น

 

ประวัติโบราณสถานที่สำคัญบนพระนครคีรี 

 

พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์  เป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุดในหมู่พระที่นั่งบนพระนครคีรี ใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับออกขุนนางในสมัยรัชกาลที่ 4 และในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้บูรณะและดัดแปลงเป็นที่ประทับของพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศ  คือ  ดุ๊กโยฮัน อัลเบรกต์ และเจ้าหญิงอลิสซาเบต สโตล เบิร์กรอซ ซาล่า ผู้สำเร็จราชการเมืองบรันชวิก  ประเทศเยอรมนี 

 

ประกอบด้วย  ท้องพระโรงด้านหน้า เป็นห้องเสวย  ห้องออกขุนนาง  ห้องบรรทมสำหรับพระราชอาคันตุกะ  ห้องทรงพระสำราญ  และห้องสรง

 

 

พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์  อยู่ติดกับพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์  โดยมีประตูเชื่อมระหว่างอาคาร ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างสันนิษฐานว่าเป็นที่ทำการของโขลนทวารฝ่ายใน ส่วนชั้นบนแบ่งออกเป็นสามห้อง ได้แก่ ห้องทรงพระอักษร  ห้องฉลองพระองค์  และห้องบรรทม 

 

พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท  เป็นอาคารทรงปราสาทปรางค์ 5 ยอด สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการสร้าง ‘ปราสาท’ แบบไทยประเพณี  และยังเกี่ยวข้องกับคติ “อินทราชา” ซึ่งเปรียบเสมือนกษัตริย์ คือ พระอินทร์ ผู้เป็นหัวหน้าของเหล่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ความเชื่อดังกล่าวเป็นคติความเชื่อที่มีมาแต่โบราณของไทย อาคารตั้งอยู่บนฐานสูงซ้อนกัน 3 ชั้น แต่ละชั้นมีระเบียงลูกกรงแก้วล้อมรอบ  ฐานชั้นบนสุดมุมทั้งสี่มีกระโจมไฟเป็นรูปโด่งโปร่ง

          ภายในอาคารประดิษฐานพระบรมรูป รัชกาลที่ 4 ในชุดฉลองพระองค์ ที่มีพระราชดำริขึ้นเป็นแบบใหม่ ประกอบด้วยทรงพระมาลา(หมวก)ทรงหม้อตาล,  ฉลองพระองค์เสื้อเยียรบับ,  ชายฉลองพระองค์ตัดเป็นกลีบอย่างเสื้อลายสก๊อตมีตรามหาอุณาโลม, พระภูษา(ผ้านุ่ง) โจงขอบเชิง, ทรงฉลองพระบาท  โดยเครื่องทรงชุดนี้ ได้เคยฉลองพระองค์เสด็จออกรับทูตานุทูตมาแล้ว

          อาจกล่าวได้ว่า พระบรมรูป เป็นประติมากรรมชิ้นแรกของสยามที่ปั้นขึ้นในขณะที่บุคคลผู้เป็นแบบของประติมากรรมยังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งมูลเหตุของการสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เกิดจากการเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างสยามกับชาติตะวันตก 

 

พระที่นั่งราชธรรมสภา  เป็นพระที่นั่งชั้นเดียว ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประตูและหน้าต่าง ทำรูปแบบเป็นวงโค้ง ตกแต่งด้วยเสาปลอมติดผนัง หัวเสาเป็นแบบศิลปะกรีกแบบไอโอนิค  เหนือหัวเสาทำลวดลายลักษณะรูปร่างคล้ายถังไม้  ด้านบนมีดอกไม้ อาวุธ และริ้วผ้าพันเป็นปูนปั้น 

 

หอชัชวาลเวียงชัย  เป็นอาคารในผังกลม  ภายในมีบันไดเวียนขึ้นไปด้านบน ชั้นบนรอบนอกเป็นระเบียงที่ล้อมรอบด้วยลูกกรงแก้ว ทำด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว หลังคาทำเป็นรูปโดมมุงด้วยกระจกโค้ง  ภายในโดมห้อยโคมไฟ รัชกาลที่ 4 ทรงใช้เป็นที่ส่องกล้องทอดพระเนตรดวงดาว เนื่องด้วยพระองค์ทรงมีความสนพระทัยในด้านดาราศาสตร์

 

พระที่นั่งสันถาคารสถานและกลุ่มอาคารในบริเวณ 8 หลัง

เป็นหมู่พระที่นั่งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางขวามือของพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นที่ประทับฝ่ายใน  ต่อมาใช้สำหรับเป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่มาพักบนพระนครคีรี โดยพระที่นั่งสันถาคารหรืออาคารประธาน ตั้งอยู่กึ่งกลางและมีอาคารประกอบ 7 หลังตั้งอยู่โดยรอบ  ภายในอาคารประธานกึ่งกลางสันนิษฐานว่า เดิมเป็นห้องรับแขก และสองข้างเป็นห้องนอน ด้านที่ติดกับโรงโขนมีมุขยื่นออกไปเป็นที่ประทับทอดพระเนตรนาฏศิลป์

 

โรงมหรสพ หรือ โรงโขน  ตั้งอยู่ทางขวามือของศาลาด่านกลางและทางขึ้นศาลาด่านหน้า เวทีลักษณะเป็นอัฒจันทร์กว้าง 8 เมตร ยาว 27 เมตร ก่อกำแพงทึบเป็นฉากกั้นกลาง มีประตู 2 ข้าง ส่วนหลังฉากขนาดเท่าเวที เป็นที่แต่งตัวและที่พักของนักแสดง ด้านหน้าเวทีเป็นลานดินกว้าง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระบรมวงศานุวงศ์  ตลอดจนข้าราชการและราษฎรชาวเพชรบุรีได้มีโอกาสชมละครราชสำนัก

 

พระธาตุจอมเพชร  เป็นเจดีย์ทรงลังกาแบบพระราชนิยม  ตั้งอยู่บนยอดเขาลูกกลางของพระนครคีรี แต่เดิมเป็นที่ตั้งของเจดีย์วัดอินทคีรี  ซึ่งขณะนั้นมีสภาพทรุดโทรม รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าให้ก่อเจดีย์องค์ใหม่ครอบทับเจดีย์องค์เดิม  ในส่วนบริเวณส่วนองค์ระฆังเป็นโถงโล่ง สามารถเดินเข้าไปได้ 

 

เขตพุทธสถานวัดพระแก้ว(น้อย)  ประกอบไปด้วย พระปรางค์แดง  สันนิษฐานว่าเป็นการจำลองแบบปราสาทตาพรมและมีอาคารศาลาราย 3 หลังตั้งอยู่โดยรอบ  ถัดขึ้นไป คือ หอระฆัง  ด้านหลัง คือ พระสุทธเสลเจดีย์  สร้างจากการตัดหินจากเกาะสีชัง จ.ชลบุรี โดยช่างชาวจีน และนำมาประกอบบนพระนครคีรี 

 

กำลังแก้:
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ราคาเข้าชม เวลาเปิด-ปิด และโปรโมชั่น กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากช่องทางการติดต่อได้ที่ Official Channels

Official Channels

ติดตามข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการ

เว็บไซต์
WEBSITE www.finearts.go.th
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง
โทรศัพท์
TELEPHONE 032-401 006, 032-425 600
บันทึกไม่สำเร็จ — ลองอีกครั้ง
EMAIL kaowang_petch@hotmail.com