พิพิธภัณฑ์บ้านกนกมณี
ปี พ.ศ. 2477
บ้านอดีตผู้ว่าฯ ที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ความทรงจำของเมือง
สำหรับหลายคนที่แวะมาเยือนอุตรดิตถ์ ชื่อของบ้านกนกมณีอาจคุ้นเคยในฐานะจุดแวะซื้อของฝากหรือสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองผ่านข้าวของเครื่องใช้ในอดีต แต่เบื้องหลังเรือนไม้หลังใหญ่แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ของครอบครัวหนึ่งเท่านั้น หากยังเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย ยุคที่ชนชั้นข้าราชการเริ่มรับเอาแนวคิดการอยู่อาศัยแบบตะวันตกเข้ามาผสมผสานกับเรือนไทยดั้งเดิม จนเกิดเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่บอกเล่ารสนิยม วิถีชีวิต และความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้อย่างดี
บ้านหลังนี้เป็นที่พำนักของอำมาตย์โท พระยาอัธยาศรัยวิสุทธิ์ (โชติ กนกมณี) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ย้ายมาปักหลักใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เมืองแห่งนี้ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยสร้างเรือนไม้จำนวนสามหลังเชื่อมต่อกันด้วยชานกลาง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว ลูกหลาน และบริวาร
ตัวอาคารที่โดดเด่นและยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันคือเรือนหลังใหญ่ สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง ยกพื้นสูงตามภูมิปัญญาเรือนไทยเพื่อรับลมและลดความชื้นจากพื้นดิน หลังคาทรงสูงช่วยระบายอากาศร้อนที่ลอยตัวขึ้นสู่ด้านบน ขณะที่แนวกันสาดยาวตลอดอาคารทำหน้าที่ป้องกันแดดและฝนอันเป็นสภาพอากาศสำคัญของภาคเหนือ การก่อสร้างใช้เทคนิคการเข้าลิ้นยึดผนังไม้เข้าด้วยกันโดยไม่พึ่งวัสดุสมัยใหม่มากนัก
เมื่อเดินขึ้นมาบนเรือนจะพบการจัดวางพื้นที่ที่สะท้อนทั้งคติความเชื่อและวิถีชีวิตของชนชั้นข้าราชการในสมัยนั้น พื้นที่ประกอบด้วยชานกลาง ห้องพระ ห้องทำงาน ห้องนอนส่วนตัว และพื้นที่พักอาศัยของภรรยาและบุตรหลาน โดยมีข้อสันนิษฐานว่าการวางห้องนอนเจ้าของบ้านไว้เป็นห้องแรก อาจได้รับอิทธิพลจากพระราชนิยมในราชสำนัก ซึ่งมักกำหนดให้ห้องบรรทมของพระมหากษัตริย์อยู่ด้านหน้าเสมือนผู้ปกปักรักษาพื้นที่ทั้งหมดภายในวัง
ห้องพระนับเป็นพื้นที่ที่โดดเด่นที่สุดของบ้าน สร้างโดยช่างชาวจีนไหหลำและได้รับการตกแต่งอย่างประณีตเป็นพิเศษ ฝ้าเพดานไม้โค้งช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ ขณะที่หน้าต่างบานกระทุ้งสามตอนและช่องลมเลื่อนเหนือผนังสามารถเปิดรับลมได้ตลอดวัน สะท้อนความเข้าใจเรื่องสภาพอากาศเขตร้อนของช่างในยุคนั้นเป็นอย่างดี ทั้งยังมีเพดานสูงและช่องระบายอากาศเหนือบานประตูที่ช่วยให้บ้านเย็นสบาย
นอกเหนือจากตัวสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่เล่าเรื่องของยุคสมัย ภายในพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่ช่วยเล่าเรื่องวิถีชีวิตของชนชั้นนำในหัวเมืองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลาย ตั้งแต่ขันสาครสำหรับทำน้ำมนต์ เครื่องใช้ส่วนตัว เอกสารราชการ ไปจนถึงของนำเข้าจากยุโรป เช่น ชุดอ่างล้างหน้าลายดอกไม้จากอังกฤษ ชุดเครื่องถ้วยชามนำเข้า ฯลฯ
ปัจจุบัน บ้านกนกมณีได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์บุคคลที่เปิดให้ผู้คนเข้ามาเรียนรู้เรื่องราวของครอบครัวกนกมณีและประวัติศาสตร์เมืองอุตรดิตถ์ไปพร้อมกัน ขณะที่พื้นที่บางส่วนยังทำหน้าที่เป็นจุดแวะพักและร้านของฝากที่หลายคนคุ้นเคย บ้านหลังนี้จึงยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เพียงเรือนไม้เก่าที่หยุดนิ่งอยู่ในอดีต แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เรื่องราวของผู้คน สถาปัตยกรรม และความทรงจำของเมืองยังคงถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่น